วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พลิกปฐพี ตอนที่ 145-2 ตกลงกันว่าแบ่งเป็นสี่ส่วนเท่าๆกัน

ลมฝนในงานเลี้ยงได้พัดไป ทุกคนทานเสร็จ หลักๆแล้วไม่เชิงว่าจัดขึ้นเพียงเพื่อต้อนรับ


แต่ทั้งสองฝ่าย ต่างก็ลอบคำนวนอยู่ในใจ
หลังจากรอให้พวกของมู่ชิงเกอจากไปแล้ว ผู้นำของร้อยอัคคีและยักษ์วิถียังคงอยู่ที่เรือนพักของกลืนจันทร์ ไม่ได้จากไป

รอยยิ้มบนใบห้าของทั้งสามคนต่างแข็งกระด้างแล้วสปตากันแทั้งสามคนต่างแข็งกระด้างแล้วสปตากัน ภายในใจล้วนปรากฏความไม่พอใจ

ไม่สบอารมณ์!

เฮ้อ จะไม่สบอารมณ์ได้อย่างไร?

คนเขามาร่วมประชุมเพียงกลุ่มเดียว ก็ทำเอายักใหญ่สามกลุ่มอึ้งกิมกี่ หากเล็ดรอดออกไป อับอายโดยแท้อับอายยันบรรพบุรุษ

เสวียนเยว่ยิ้มขมขื่น ส่งให้คนรับใช้เสิร์ฟชา แล้วนั่งลงพร้อมกันกับอีกคน

ส่วนอีกด้านหนึ่ง มู่ชิงเกอกับอีกไม่กี่คนเดินกลับมาที่พักของเขี้ยวมังกร ด้านหลังมีเงาดำกลุ่มหนึ่งติดตามมา พูดกับนางด้วยเสียงต่ำว่า “นายน้อย เป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์  ผู้นำร้อยอัคคีและยักษ์วิถีล้วนแต่ไม่ได้จากไป”

มุมปากมู่ชิงเกอกระตุกยิ้ม พยักหน้าอย่างมิต้องสงสัย

เขี้ยวมังกรนายนั้นถามว่า "นายน้อย ต้องการให้ข้าน้อยตามเฝ้าสังเกตการณ์หรือไม่?”

“ไม่จำเป็นแล้ว พวกเขาสามคนสุมหัวกัน ที่สนทนากันก็หนีไม่พ้นที่มาของโห่ว แล้วพรุ่งนี้ก็ยังมีเรื่องการแบ่งศิลาวิญญาณ” มู่ชิงเกอตอบอย่งไม่สนใจ

นางบอกว่าไม่ต้อง เขี้ยวมังกรนายนั้นจึงถอยหลบไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว

โห่วเดินเข้ามา หัวเราะให้มู่ชิงเกอแล้วเอ่ยว่า "เด็กน้อย  การแสดงของข้าไม่เลวใช่ไหม?”

มู่ชิงเกอหัวเราะพร้อมพยักหน้า “ข้าต้องมองเจ้าใหม่แล้ว”

โห่วยิ้ม ‘แหะ แหะ’ ทันใดนั้นเสียง*เส้อก็ดังขึ้นมา เขาลูบลำแขนขึ้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งบนท่อนแขน

"พรุ่งนี้เจ้าพาข้าไปด้วย หากว่าพวกเขายังกล้ารังแกเจ้า ลูกเพ่ก็จะช่วยเจ้าเล่นกับพวกเขาเอง”

*เส้อ คือเครื่องดนตรีโบราณของจีน
ในสมัยก่อนจะถูกใช้ในพิธีบวงสรวงหรืองานเลี้ยงของชนชั้นปกครอง เพื่อแสดงถึงศักดินาของตน

มู่ชิงเกอยิ้มบางพร้อมส่ายหัว "เจ้าก็ไม่ต้องไปแล้ว อยู่ภายในที่พักนี้แหละ พรุ่งนี้ข้ากัยมั่วหยางจะไปจัดการเอง ตกดึกให้ไป๋สี่ลอบไปลองสำรวจดูสายแร่ศิลาวิญญาณที่ตั้งอยู่ที่ภูเขายู่เยียน”

“ได้” ไป๋สี่พยักหน้ารับ

นางเก่งกาจเรื่องกิจกรรมในถ้ำ การที่ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อสำรวจสถานการณ์ภายในเหมืองศิลาวิญญาณ เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด 

“ให้ข้าอยู่ในที่พัก?” โห่วมีสีหน้าไม่พอใจ

มู่ชิงเกอเลิกคิ้วพยักหน้า “การแสดงบารมีของเจ้าในวันนี้ก็เพียงพอแล้ว หากพรุ่งนี้เจ้าไปอีก ทั้งสามคนเกรงว่าเจ้าไปเพื่อกดดันพวกเขา”

“งั้นเจ้าก็ไปชิงสายแร่ทุกเหมืองมาให้หมด!” โห่วเสนอความคิด

ทางด้านมู่ชิงเกอหัวเราะ เหอะ เหอะ ส่ายศีรษะเอ่ยว่า “กระแสของโลกหลิวเค่อยังต้องการสมดุลของพลังพลังอำนาจในการไหลเวียน หากเพียงเพื่อศิลาวิญาณระดับกลาง เขี้ยวมังกรต้องก่อสงครามกับสามกองกำลัง การค้านี้มีแต่เสียกับเสีย สุดท้ายคนที่ได้รับผลประโยชน์จะไม่ใช่ข้า”

เขี้ยวมังกรและหลิวซิงเฉิง ต่างก็เป็นรากฐานของนางในโลกยุคกลาง ก็แค่สายแร่ศิลาวิญญาณระดับกลาง ยังไม่เพียงพอให้นางต้องก่อความไม่สงบที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ 

จะต้องรู้ว่า ปัจจุบันเมืองลั่วซิงเฉิง อยู่ภายใต้การช่วยของตัวกินศิลาวิญญาณ มันได้หาสายแร่ศิลาวิญญาณเจอ 3 สาย หนึ่งในนั้นคือสายแร่ศิลาวิญญาณระดับต่ำ และอีกสองสายที่เหลือเป็นล้วนเป็นระดับกลาง แล้วยังมีตอนที่นางจากมา เจ้าตัวน้อยนั่นก็วิ่งมากู่ร้อง ไม่แน่ว่าอาจจะอาจจะพบสายแร่ศิลาวิญญาณที่ไหนสักแห่งอีกแล้วก็ได้ 

ดังนั้น  สำหรับนางแล้วศิลาวิญญาณที่ภูเขายู่เหยียนจึงไม่ได้ดึงดูดนางเท่าใดนัก นางมา แค่เพียงต้องการที่จะแสดงท่าที เขี้ยวมังกรกับกองกำลังอื่นๆนั้นล้วนแต่ทัดเทียมกัน ไม่มีใครน้อยหน้าไปกว่าใคร

……

ภายในที่พักของกลืนจันทร์ ได้ป้อนยาแก้เมาลงท้อง สามผู้นำยังคงเป็นเจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ล้วนไม่ยอมปริปาก

ท้ายสุด หัวหน้าของกลืนจันทร์กระแอมเล็กน้อย เริ่มเปิดปากเอ่ยนำขึ้น “แม้ว่าคำคืนนี้พัฒนาไปอย่างไม่เป็นไปดังที่ที่พวกเราคาดไว้ ทว่าก็มิใช่ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง กำลังของเขี้ยวมังกร แล้วยังมีกำลังของท่านเจ้าเมืองมู่ท่านนั้น ช่างเหนือกว่าที่พวกเราจินตารไว้มาก ครั้งนี้ก็ได้นำผู้ติดตามที่แข็งแกร่งกว่าข้ามาผู้หนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าภายในเมืองลั้วซิงเฉิงนั้นยังซ่อนคนประเภทนี้ไว้อีกกี่คน ดูเหมือนว่า ในใจของพวกเราต่างก็ไม่ยินดีเท่าใดนัก นอกจากนี้ยังต้องแลกเปลี่ยนบางอย่างกันอีก"

ผู้นำร้อยอัคคีและยักษ์วิถีต่างปราดสายตามองซึ่งกันและกันแวบหนึ่ง ในใจเกิดความหดหู่อยู่บ้าง

“พวกเจ้าคิดเห็นเช่นไร?” ผู้นำกลืนจันทร์เอ่ยถาม

ผู้นำยักษ์วิถีเอ่ยอย่างคับข้องใจว่า “หากว่าไม่ได้ ก็ให้ยึดตามกฏธรรมเนียมเดิม จัดงานประลองสักยกให้ทุกคนลองแข่งขันกัน ใครเป็นผู้ชนะก็ออกมากำหนดอัตาราส่วนแบ่ง”

พูดๆอยู่ เขาก็กล่าวเสริมอีก 1 ประโยค “ผู้มีสิทธิ์ลงแข่งต้องเป็นกลุ่มกองกำลังหลิวเค่อเท่านั้น คนอื่นๆจะไม่สามารถเข้าร่วมแข่งได้” เขาเอ่ยประโยคนี้เพื่อป้องกันไม่ให้โห่วร่วมลงแข่งได้ มิใช่พวกเขาเองหรือที่จะแพ้อย่างย่อยยับ?

คำพูดของเขา ได้รับความเห็นกันกับผู้นำร้อยอัคคีผงกหัวเห็นด้วยหงึกๆ

แต่ว่า ขณะที่พวกเขามองไปยังผู้นำกลืนจันทร์ เอาแต่เงียบไม่พูดจา ดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ 

“เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่?” ผู้นำยักษ์วิถีเอ่ยถาม

ผู้นำกลืนจันทร์จึงได้เงยหน้าขึ้นมองไปทางพวกเขาสองคน "ไม้รู้ว่าพวกเจ้าเคยได้สังเกตเห็นข่าวลือบางอย่างหรอไม่ บอกว่า เขี้ยวมังกรนับแต่รับภารกิจมาไม่เคยพลาดมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีคนตาย แม้แต่คนบาดเจ็บยังไม่มี"

ผู้นำของร้อยอัคคีและยักษ์วิถีสบตากันแล้วพยักหน้า

แต่ว่า พวกเขาไม่เข้าใจ นี่ต้องการจะสื่อถึงอันใด?

ผู้นำกลืนจันขมวดคิ้ว กล่าวต่อว่า "วันนี้ข้าส่งคนไปสืบอย่างลับๆ เขี้ยวมังกรที่มาครั้งนี้ ทุกๆคนล้วนอยู่ระดับสีเงิน แล้วยังเครื่องแต่งกายของพวกเขาอีก
พวกเจ้าอย่าลืมเสียละ เจ้านายของพวกเขาคืออาจารย์หลอมศาตราระดับมหาเทพ ทั้งเกราะของเขี้ยวมังกรแล้วยังมีอาวุธต่างก็อยู่ในระดับเทวะ หากต้องการที่ลงสนามประลองจริงๆ แน่นอนว่าคนของเราย่อมไม่สามารถทำให้กับเขี้ยวมังกรบาดเจ็บได้ ท้ายสุดแล้วผู้ชนะจะเป็นใครเล่า?

การวิเคราะห์ของเขาทำให้ผู้นำของร้อยอัคคีและยักษ์วิถีเงียบลงทันที

พวกเขาคิดแค่อยากจะกันโห่วออกไป ลืมนึกถึงระดับความสามารถของเขี้ยวมังกรที่ไม่อาจดูดาย มิเช่นนั้นภายในเวลาเพียงครึ่งปีจะสามารถขึ้นมายังแถวหน้าของกลุ่มหลิวเค่อระดับนภาได้แล้ว อีกทั้งอัตราความล้มเหลวยังเป็นศูนย์?

"หากท้ายสุดผู้ชนะคือเขี้ยวมังกร อัตราส่วนแบ่งที่พวกเราต้องสูญไปมิใช่มากโขรึ ?” ผู้นำกลืนจันทร์กล่าวเสริมอีกประโยค

ประโยคนี้ประโยคนี้ทำเอาผู้นำอีกสองคนเงียบลง

ผ่านไปนาน ยักษ์วิถีจึงเอ่ยขึ้นว่า "อิงตามที่เจ้าพูดมา พวกเราจะทำเช่นไรดี?”

ผู้นำร้อยอัคคีเอ่ยว่า "หากว่าในใจเจ้ามีแผนการที่สามารถงัดข้อขึ้นได้ ก็กล่าวออกมาเถิด ให้พวกเรา

ผู้นำกลืนจันทร์มองดูทั้งสอง กลอกลูกตาไปรอบหนึ่ง นิ้วมือพลางเคาะเป็นจังหวะบนโต๊ะ "กับอันตายอันนี้ที่ต้องรับไป แม้พวกเราจะสะใจไม่ได้เท่าที่ควร ขอเสนอแบ่งเหมืองแร่ออกเป็นสี่กองด้วยตนเอง ทุกคนได้รับผลประโยชน์เท่าๆกัน ทำแบบนี้ไปพวกเราทั้งสามแม้จะสูญเสียแต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก แล้วยังนับว่าได้สร้างความประทับใจให้เขี้ยวมังกรฝั่งนั้น มิใช่พวกเราทุกคนต่างก็ล้วนหวังว่าจะขออาวุธคนละชิ้นต่อหน้าท่านเจ้าเมืองมู่ท่านนั้นหรือ?  การแลกเปลี่ยนมิตรภาพนี้ ค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาให้ออกหน้า ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น้ำมาให้รีบตักแล้ว

คำพูดของเขา ผู้นำทั้งสองต่างกำลังวิเคราะห์ตาม

แน่นอน หากไม่สามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม พวกเขาสามารถปรามเขี้ยวมงกร หากฉุดให้เขี้ยวมังกรได้ตกต่ำลงแล้ว การแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมเช่นนี้นั้นเหมาะสมที่สุด และสูญเสียน้อยที่สุด

“สายตาของพวกเราต้องมองการไกล ไม่อาจจดจ้องมองเห็นเพียงเหมืองแร่ศิลาวิญญาณระดับกลางตรงหน้า เพียงเพื่อเหมืองแร่ศิลาวิญญาณระดับกลางไม่คุ้มค่าที่จะแตกหักกับเขี้ยวมังกร" ผู้นำกลืนจันทร์กล่าวชักชวนต่ออีก

ทั้งสองคนยังคงนิ่งเงียบ
ผู้นำกลืนจันทร์กล่าวว่า“หากวาลงแข่งในสนามประลองสักยก ชนะแล้วก็ดี ทว่าแพ้แล้วเกรงว่าจะยิ่งสูญเสียมากมายยิ่งนัก"

ในที่สุดศีรษะของร้อยอัคคีและยักษ์วิถีก็ผงกรับ

ผู้นำร้อยอัคคีมองไปทางผู้นำกลืนจันทร์ "ลองคิดให้ละเอียด วิธีที่เจ้าเสนอแม้นไม่น่าพึงใจนัก ทว่าก็เป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ผิด สายตาของพวกเราต้องมองไกลๆเข้าไว้ โลกของหลิวเค่อถึงจะไม่วุ่นวาย"

ผู้นำยักษ์วิถีก็ผงกหัวเช่นกัน “ภายในรังของพวกเราเองกลับตีกัน แต่ที่ตกต่ำก็คือฝั่งครอบครัวเหล่านั้น เฮ้อ สูญเสียก็สูญเสียไปบ้างเถอะ ในทางกลับกันกองกำลังทั้งสามกองของพวกเราล้วนเหมือนกัน ในใจข้าก็สบายขึ้นมาบ้างแล้ว

เห็นพวกเขาคู่ต่างผงกศีรษเห็นด้วย ผู้นำกลืนจันทร์ดวงตาทอแสงเปิดอกคุยกันอย่างสัตย์ตรง หัวเราะตอบว่า ถึงแม้พวกเราเห็นพ้องต้องกันได้สำเร็จ เช่นนั้นการเจรจาพรุ่งนี้เล่า พวกเราต้องออกปากเองว่าให้แบ่งเหมืองศิลาวิญญาณออกเป็นสี่ส่วน ทุกคนก็จะดีอกดีใจกันถ้วนหน้า

“ตกลง!”

“ตกลง”

ผู้นำร้อยอัคคีและยักษ์วิถีเอ่ยประสานเสียงตอบพร้อมกัน

……

วันถัดมา มู่ชิงเกอเข้าเมืองเทียนผิงเฉิงของกองกำลังหลิวเค่อออย่างสดชื่นผ่อนคลายพร้อมกันกับมั่วหยาง

เมื่อถึงที่นั่น ผู้บัญชาการของกลืนจันทร์ ร้อยอัคคี ยังมียักษวิถีต่างก็อยู่ที่นั่นแล้ว ตอนที่มู่ชิงเกอเดินเข้ามา พวกเขาแอบมองไปยังด้านนอก ไม่พบแม้นเงาของโก่ง ในใจต่างก็พ่นล่มหายใจผ่อนคลายลง

ดังนั้นก็ ทั้งสามลุกขึ้นยืนพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เอ่ยกับหมู่ชิงเกอและมั่วหยางอย่างร่าเริงว่า “เจ้าเมืองมู่หัวหน้ามั่วมาแล้ว รีบนั่งลงเถิด

จากปฏิกิริยาของทั้งสามคนนี้ มู่ชิงเกอขมวดคิ้วรอบหนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากของนางเต็มไปด้วยความนึกสนุก

เดินไปถึงยังตำแหน่งที่สงวนเตรียมไว้ให้แก่นาง มู่ชิงเกอสะบัดชายเสื้อนั่งลง จากนั้นมั่วหยางไม่ได้ไปร่วมนั่งลงด้วย แต่กลับยืนอยู่ราวกับเป็นองครักษ์ก็มิปาน ยืนตรงอยู่ด้านหลังมู่ชิงเกอ

เขา แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นองครักษ์ของหมู่ชิงเกอ!

มู่ชิงเกอมองเขาแวบหนึ่ง เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่รับผิดชอบไป

ผู้นำกลืนจันทร์ ร้อยอัคคี และยักษ์วิถีทั้งสามคนต่างก็ลอบสบตากันในความมืดแวบหนึ่ง แล้วจึงค่อยๆนั่งลงในที่นั่งของตน

หลังจากนั่งลงเรียบร้อย ผู้นำร้อยอัคคีและยักษ์วิธีมองไปยังผู้นำกลืนจันทร์

รับรู้ถึงสายตาที่มองมาของทั้งสอง เขากระแอมเบาๆเล็กน้อย เอ่ยกับมู่ชิงเกอและมั่วหยางว่า “ท่านเจ้าเมืองมู่ หัวหน้ามั่ว จุดประสงค์ที่พวกเรามาชุมนุมกันยังเมืองเทียนผิงเฉิงเพื่อ ” 

受到这二人的眸光,他轻咳了一下,对慕轻歌和墨阳道:“慕城主,墨统领,这次咱们齐聚天平城的目的,想必大家都是清楚的。关于玉鄢山的中级灵石矿,以往都是我们三家分,如今多了龙牙,以我们的意思,不如就一分为四,大家也免得为一个灵石矿伤了和气。”

一分为四?_思_兔_網_

慕轻歌眸光玩味起来,她没有立即答应,而是问道:“不知以往,这灵石矿是如何分配的?”

实际上,之前灵石矿如何分配,她早就调查得一清二楚。但此刻,却故意问出。

三人对视一眼,依然是玄月统领开口:“之前么……咱们是流客,也没那么多规矩,所以都是设下擂台,大家派出人马,比试一场,按照名次分配。”

“哦?那这第一名又能分多少,第二名,第三名又能分多少?”慕轻歌又问。

她露出虚心求教的样子,令另外三人摸不着头脑。

玄月统领总感觉有些不对,但还是如实的道:“第一名分五成,第二名三成,第三名分两成。”接着,他又立马补了一句,“若是一分为四,那大家都是差不多两成半的样子。”

“这对大家似乎不太公平啊!不如,还是按照老规矩,大家擂台上分高低吧。”慕轻歌笑道。

她的话,令三人一愣,顿时傻眼。

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562

แปลเนื้อเพลง Kill This Love - Blackpink

JENNY
ทักทายกับความหวาน
ลาตลอดกาลกับความขมขื่น
หลังจากเมาอย่างบ้าคลั่ง
มันมีราคาที่เธอต้องจ่าย
แบบทดสอบนี้ไร้คำตอบ
เป็นฉันเองที่แพ้มาโดยตลอด yes(ใช่)
ฉันต้องปะทะกับอารมณ์ตัวเอง
ไขสกรูวหัวใจที่แสนดำดวงนี้

LISA
ฉันมานี่และถีบประตูเข้ามา
มอบความเข้มแข็งที่สุดให้ฉันอีกสิ
ชัดเจนเลยว่าความรักนั้น
ขอเพิ่มอีก มอบให้ฉันมากกว่านี้อีก
อยากจะเกาะขอบเหวก็ตามแต่เธอต้องการ
คำเดียวเลยที่เหมาะกับนาย เห่อดารา อีกแล้ว
ความกังวลกับความอบอุ่นนั้น ความตื่นเต้นสุดขีดนั้น
รู้สึกเหมือนอยู่สรวงสวรรค์ แต่นายดันไม่เก็ทเลย

JISOO
จ้องพิจารณาฉันและเธอ ใครจะเจ็บมากกว่ากัน
นายฉลาด เหมือนใครละ ก็นายไง
หากเธอร้องจนน้ำจากดวงตาทั้งคู่กลายเป็นสายเลือด
เสียใจด้วย เหมือนใครละ? ก็เธอไง

ROSÉ
จะทำยังไงดี
ฉันทนไม่ได้ที่ตัวเองกำลังอยู่ในภาวะอ่อนแอ
ในขณะที่ฉันต้องบังคับให้ตัวเองหลับตาลง
ฉันอยากให้ความรักนี้ปิดฉากลงเสียที

#ไปทำลายความรักกันเถอะ
เย่ เย เย เย้ เย๊
รัม พะพัม พะพัม พะพ๊า

#ไปกำจัดความรักกันเถอะ
รัม พะพัม พะพัม พะพ๊า

JENNY
รู้สึกเหมือนทำบาปอยู่
ทุ่มเทให้ 'มัน'มากไป
ฉันจึงไปร้องไห้ ฮือๆ(boo hoo)

LISA
เขาบอกว่าเธอเหมือนยัยบ้า
ขอบใจนะที่รัก
นายสมควรได้รับมันวะ

JENNY
เตรียมรับ "โคลน " ทั้งหมดจากฉันละ
                               (หมายถึงรองรับอารมณ์)
ความรักของนายของโปรดฉันเลยแหละ
                                (แสดงว่าจ้องทำลายความรัก)

LISA
แต่นายยิ่งทำให้ฉันเศร้าเป็นเท่าตัว
มันอาจเป็นสิ่งอันตรายได้นะ

ROSÉ
ต่างบอกกันและกันว่าโชคดี
หลังจากทุกสิ่งผ่านไป ในตอนจบเราล้วนโป้ปด
แล้วไง แล้วไงละ
หากฉันจบลงด้วยการลืมคุณ
โทษทียะ ฉันไม่เสียใจ

JISOO
ต้องทำเช่นไรดี
ฉันทนไม่ได้ที่ตัวเองตกอยู่ในภาวะอ่อนแอ
ในขณะที่ฉันข่มตัวเองให้ซ่อนหยาดน้ำตา
ฉันต้องการให้ความรักนี้ถึงจุดสิ้นสุดเสียที

#ไปทำลายความรักกันเถอะ
เย่ เย เย เย้ เย๊
รัม พะพัม พะพัม พะพ๊า

#ไปกำจัดความรักกันเถอะ
รัม พะพัม พะพัม พะพ๊า

ROSÉ
พวกเราล้วนพัวพันกับความรัก
มันทำให้เธอร้องไห้   โอโอ้ว
เราทุกคนต่างก่อความรักขึ้นมา
มันทำลายเราจากภายใน เย๊

พวกเราต้องปราบความรักนี้ให้สิ้นเสียที
ใช่ มันเศร้าแต่คือเรื่องจริง
เราจำเป็นต้องกำจัดความรักนี้ซะ
ก่อนที่มันจะทำลายเธอเช่นกัน

ปราบความรักนี้ซะ
ใช่ มันเศร้าแต่เป็นเรื่องจริง
เราจำเป็นต้องกำจัดความรักนี้
จำเป็นต้องทำลาย
ไปทำลายความรักกันเถอะ



พลิกปฐพี ตอนที่ 145-2 ตกลงกันว่าแบ่งเป็นสี่ส่วนเท่าๆกัน

ลมฝนในงานเลี้ยงได้พัดไป ทุกคนทานเสร็จ หลักๆแล้วไม่เชิงว่าจัดขึ้นเพียงเพื่อต้อนรับ แต่ทั้งสองฝ่าย ต่างก็ลอบคำนวนอยู่ในใจ หลังจากรอให้พวก...